เช็กก่อนบิน คุณติดแบล็กลิสต์ห้ามเข้าเกาหลีไหม
คุณจองตั๋วไปอินชอนไว้แล้ว ที่พักย่านมยองดงก็จ่ายมัดจำไปแล้ว แต่ในหัวยังมีคำถามค้างอยู่หนึ่งข้อ
เคยอยู่เกินวีซ่ามาก่อน หรือมีญาติที่เคยโดนส่งกลับ แล้วชื่อเราจะติดอะไรไว้หรือเปล่า คำถามนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะการถูกปฏิเสธที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองหมายถึงการนั่งเครื่องกลับทันทีโดยที่ไม่ได้เงินค่าตั๋วคืนสักบาท
ชื่อของคุณอยู่ในลิสต์หรือเปล่า และคุณเช็กเองได้แค่ไหน
ตอบตรง ๆ ก่อน ถ้าคุณอยู่นอกเกาหลี คุณไม่สามารถกรอกเลขพาสปอร์ตลงเว็บแล้วให้ระบบขึ้นคำว่าผ่านหรือไม่ผ่านได้ ไม่มีหน้าจอแบบนั้น ไม่ว่าจะเป็นของ Korea Immigration Service หรือ HiKorea
เหตุผลคือข้อมูลการห้ามเข้าเมืองถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงยุติธรรมเกาหลี การเปิดช่องค้นหาสาธารณะเท่ากับเปิดให้ใครก็ได้ตรวจสอบประวัติคนอื่น สิ่งที่มีจริงสำหรับคนไทยคือการไปตรวจสอบด้วยตัวเองที่สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทย ตามขั้นตอนนี้
- จองนัดล่วงหน้าผ่านระบบ g4k.go.kr รอบตรวจสอบมีทุกวันพุธและพฤหัสบดี เวลา 14:30-15:30 น.
- ไปตามนัดด้วยตัวเอง พร้อมหนังสือเดินทางและแบบฟอร์มคำร้อง
- เจ้าหน้าที่แจ้งผลด้วยวาจา ไม่รับมอบอำนาจให้คนอื่นไปแทน และไม่ตอบทางโทรศัพท์หรืออีเมล
ถ้าคุณอยู่ในเกาหลี คุณอาจสอบถามศูนย์บริการข้อมูลตรวจคนเข้าเมือง 1345 ซึ่งมีบริการภาษาไทยได้ แต่ช่องทางที่ยืนยันได้ว่าตรวจสถานะให้คือการไปสถานทูตตามนัด
สิ่งที่คนไทยเรียกกันว่า Korea immigration blacklist inquiry จริง ๆ แล้วคือการไปสถานทูตตามนัดนี้ ไม่มีปุ่มกดบนเว็บ และรอบนัดมีแค่สองช่วงต่อสัปดาห์ ซึ่งแปลว่าคุณต้องเริ่มก่อนจองตั๋ว อย่ารอจนใกล้วันขึ้นเครื่อง
แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น มีความเข้าใจผิดหนึ่งข้อที่ทำให้คนไทยตกด่านทุกสัปดาห์
K-ETA ผ่านแล้ว ทำไมยังโดนส่งกลับที่สนามบินได้
เพราะ K-ETA ไม่ใช่การอนุญาตให้เข้าประเทศ มันคือการอนุญาตให้ขึ้นเครื่องบินเท่านั้น
เว็บไซต์ทางการของ K-ETA ระบุจุดนี้ไว้ชัดเจน
การได้รับอนุมัติ K-ETA ไม่ได้เป็นการรับประกันว่าจะได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ การตัดสินใจขั้นสุดท้ายเป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่ด่านตรวจ
ระบบ K-ETA คัดกรองจากฐานข้อมูลอัตโนมัติเป็นหลัก ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ด่านอินชอนจะดูอย่างอื่นเพิ่ม ทั้งตั๋วขากลับ หลักฐานที่พัก เงินติดตัว ประวัติการเดินทาง และคำตอบของคุณตอนสัมภาษณ์ คนที่ตอบไม่ตรงกับเอกสารคือกลุ่มที่โดนซักนานที่สุด
ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 10,000 วอน บวกค่าดำเนินการชำระเงิน 300 วอน รวมราว 260 บาทตามอัตราแลกเปลี่ยน และเงินก้อนนี้ไม่คืนไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ผลอนุมัติมีอายุ 3 ปี หรือจนกว่าหนังสือเดินทางจะหมดอายุถ้าถึงก่อน ใช้เข้าออกได้หลายครั้งภายในช่วงเวลานั้น
จุดที่หลายคนพลาดคือเข้าใจว่า K-ETA ถูกปฏิเสธเท่ากับติดแบล็กลิสต์ ไม่จริงเสมอไป เหตุผลที่พบบ่อยกว่าคือกรอกข้อมูลไม่ตรงกับหน้าพาสปอร์ต รูปถ่ายไม่ผ่านมาตรฐาน หรือระบุที่พักไม่ได้ ส่วนกรณีที่ติดจริงมักมาจากเรื่องเดียว นั่นคือประวัติอยู่เกินกำหนด
อยู่เกินวีซ่ากี่วัน แล้วห้ามเข้ากี่ปี
คำตอบตรง ๆ คือ ทางการเกาหลีไม่ได้เผยแพร่ตารางระยะห้ามเข้าประเทศตามจำนวนวันที่อยู่เกินกำหนด ตารางที่แชร์กันในกลุ่มออนไลน์จึงยืนยันไม่ได้ ระยะห้ามเข้าขึ้นกับรายละเอียดของแต่ละกรณี และอาจยาวหลายปี สิ่งที่กฎหมาย พระราชบัญญัติตรวจคนเข้าเมืองของเกาหลี ระบุไว้ชัดมีดังนี้
- การอยู่เกินกำหนดมีโทษทางอาญาสูงสุดจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30 ล้านวอน (มาตรา 94) แต่สามารถยุติด้วยการชำระค่าปรับตามใบแจ้ง (범칙금) แทนได้
- การอยู่เกินกำหนดเป็นเหตุให้ถูกบังคับส่งกลับได้ และผู้ถูกบังคับส่งกลับอาจถูกห้ามเข้าประเทศได้ถึง 5 ปีหลังเดินทางออก (มาตรา 11)
ค่าปรับตามใบแจ้งคิดตามระยะเวลาที่อยู่เกิน ตามตารางท้ายกฎกระทรวง (แก้ไขล่าสุด 23 มกราคม 2026) และสำนักงานอาจปรับเพิ่มหรือลดได้ถึงครึ่งหนึ่ง
| ระยะเวลาที่อยู่เกินกำหนด | ค่าปรับ (วอน) |
|---|---|
| ต่ำกว่า 1 เดือน | 500,000 |
| 1 ถึง 3 เดือน | 1,000,000 |
| 3 ถึง 6 เดือน | 2,000,000 |
| 6 เดือน ถึง 1 ปี | 5,000,000 |
| 1 ถึง 2 ปี | 10,000,000 |
| 2 ถึง 3 ปี | 15,000,000 |
| 3 ถึง 5 ปี | 20,000,000 |
| 5 ถึง 7 ปี | 25,000,000 |
| 7 ปีขึ้นไป | 30,000,000 |
ตัวเลขชุดนี้ตอบเรื่องเงิน ส่วนคำค้น overstay ban duration Korea ยังต้องดูว่าคุณออกจากเกาหลีด้วยวิธีไหน
วิธีที่คุณออกจากเกาหลีสำคัญมาก ทางการอาจออกคำสั่งให้เดินทางออก หรือ chulguk myeongryeong (출국명령) แทนการบังคับส่งกลับ หรือ gangje toegeo (강제퇴거) โดยกำหนดให้ออกภายในไม่เกิน 30 วัน และผู้ที่แจ้งออกนอกประเทศโดยสมัครใจผ่าน HiKorea ล่วงหน้า 3 ถึง 15 วันก่อนบิน จะได้รับการพิจารณาลดโทษ โดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินจะอธิบายเรื่องการลดค่าปรับและระยะห้ามเข้าให้ ส่วนโครงการนิรโทษกรรมมีเป็นครั้งคราวเท่านั้น (ครั้งล่าสุด 1 ธันวาคม 2025 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2026) Korea re-entry restriction period จึงไม่ใช่โทษเดียวที่ต้องนับ
แล้วถ้าอยากรู้ว่าตัวเองเคยอยู่เกินจริงกี่วัน ดูจากตราประทับในพาสปอร์ตเล่มเก่าอย่างเดียวพอไหม คำตอบคือไม่พอ และมีเอกสารที่ตอบเรื่องนี้ได้แม่นกว่า
HiKorea ทำอะไรได้จริง และทำอะไรไม่ได้
HiKorea คือพอร์ทัลบริการตรวจคนเข้าเมืองของเกาหลี และหลายคนเข้าใจผิดว่ามันมีเมนู HiKorea departure ban inquiry สำหรับนักท่องเที่ยว ความจริงคือคำว่าห้ามออกนอกประเทศในระบบเกาหลีหมายถึงมาตรการกับคนที่อยู่ในเกาหลีแล้ว เช่น ผู้ที่มีคดีค้างหรือหนี้ภาษี ไม่ใช่มาตรการกับนักท่องเที่ยวไทยที่ยังอยู่ที่กรุงเทพ
สิ่งที่ HiKorea ทำได้จริงและมีประโยชน์กับคุณคือการออกเอกสารรับรองข้อเท็จจริงการเข้าออกประเทศ ซึ่งเป็นหัวใจของ Korea immigration record check เอกสารนี้จะแสดงวันที่เข้าและวันที่ออกทุกครั้งตามบันทึกของทางการ คุณจะเห็นด้วยตัวเองว่าครั้งไหนอยู่เกินและเกินกี่วัน
เงื่อนไขสำคัญคือ ผู้ที่ขอเอกสารนี้ทางออนไลน์ได้ต้องเคยลงทะเบียนเป็นชาวต่างชาติในเกาหลีและมีเลขทะเบียนคนต่างด้าว คนที่เคยไปเที่ยวด้วย K-ETA อย่างเดียวจะไม่มีเลขนี้ และต้องขอผ่านช่องทางอื่นแทน ได้แก่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในเกาหลีโดยตรง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนพร้อมหนังสือมอบอำนาจ
อีกช่องทางที่คนไทยมักมองข้ามคือ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล ซึ่งให้คำแนะนำเรื่องเอกสารและขั้นตอนกับคนไทยที่มีปัญหาสถานะการพำนักได้ รวมถึงกรณีที่ต้องติดต่อหน่วยงานเกาหลีแต่ติดกำแพงภาษา
ถ้าตรวจแล้วพบว่าติดจริง เรื่องยังไม่จบแค่นั้น
ติดแล้วยังมีทางกลับไปเกาหลีไหม
มี แต่ไม่ใช่ทางลัด และไม่ใช่การลองยื่น K-ETA ใหม่ไปเรื่อย ๆ
ทางที่ถูกต้องคือรอให้ระยะห้ามเข้าครบตามกำหนด แล้วยื่น K-ETA ตามปกติ เพราะสถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทยรับวีซ่าท่องเที่ยว C-3-9 เฉพาะผู้ที่ K-ETA ถูกปฏิเสธภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา ถ้า K-ETA ไม่ผ่าน จึงยื่นวีซ่าที่สถานทูตด้วยตัวเองหรือผ่านเอเจนซี่ที่สถานทูตรับรอง กระบวนการวีซ่าเปิดโอกาสให้คุณยื่นเอกสารประกอบ เช่น หลักฐานรายได้ สเตทเมนต์ และแผนการเดินทาง ซึ่งระบบอัตโนมัติของ K-ETA ไม่มีช่องให้ใส่ ข้อมูลประเภทวีซ่าและเอกสารดูได้ที่ พอร์ทัลวีซ่าเกาหลี
สำหรับบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน เช่น การรักษาพยาบาลหรือครอบครัวเสียชีวิต ให้สอบถามสถานทูตเกาหลีโดยตรงว่ามีทางพิจารณาเป็นรายกรณีหรือไม่ การตัดสินใจเป็นดุลยพินิจของทางการเกาหลีทั้งหมด
สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดคือการเปลี่ยนชื่อสกุลหรือทำพาสปอร์ตเล่มใหม่เพื่อหลบฐานข้อมูล ระบบตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีจัดเก็บข้อมูลชีวมาตร ทั้งลายนิ้วมือและภาพใบหน้า ตั้งแต่ขั้นตอนตรวจขาเข้า การเปลี่ยนเอกสารไม่ได้ลบข้อมูลชุดนั้น และการพยายามหลีกเลี่ยงอาจถูกมองเป็นความผิดเพิ่มเติม
ส่วนคนที่ประวัติสะอาดและแค่กังวลไปเอง สิ่งที่คุ้มค่าที่สุดคือเตรียมเอกสารให้ตรงกับคำตอบของตัวเอง ข้อมูลการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวไทยดูได้ที่ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีภาคภาษาไทย และควรเช็กประกาศเตือนของ กระทรวงการต่างประเทศไทย ก่อนเดินทางทุกครั้ง
สรุป
คุณเช็กแบล็กลิสต์ห้ามเข้าเกาหลีผ่านหน้าเว็บด้วยตัวเองไม่ได้ ต้องนัดผ่าน g4k.go.kr แล้วไปตรวจสอบด้วยตัวเองที่สถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทย (พุธและพฤหัสบดี 14:30-15:30 น.) และเริ่มทำก่อนจองตั๋ว
ตัวเลขที่ต้องจำมี 4 ชุด ค่าธรรมเนียม K-ETA 10,000 วอน บวก 300 วอน ราว 260 บาท ผลอนุมัติมีอายุ 3 ปี ค่าปรับอยู่เกินกำหนดเริ่มที่ 500,000 วอน และโทษสูงสุดปรับ 30 ล้านวอน ส่วนผู้ถูกบังคับส่งกลับอาจถูกห้ามเข้าได้ถึง 5 ปี
ขั้นตอนที่ควรทำสัปดาห์นี้ ถ้าเคยมีประวัติพำนักในเกาหลี ให้ขอเอกสารรับรองการเข้าออกประเทศเพื่อดูจำนวนวันจริงก่อน แล้วยื่น K-ETA ถ้าถูกปฏิเสธ จึงยื่นวีซ่าที่สถานทูตซึ่งมีช่องให้ชี้แจง ถ้าไม่เคยมีประวัติ ให้ข้ามไปเตรียมตั๋วขากลับ หลักฐานที่พัก และเงินติดตัวให้ตรงกับแผนเดินทางที่คุณจะบอกเจ้าหน้าที่
자주 묻는 질문
Qเคยอยู่เกินวีซ่าเกาหลี 10 วัน จะติดแบล็กลิสต์ไหม
การพำนักเกินกำหนดทุกกรณีถูกบันทึกไว้ในระบบตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี แม้เพียงไม่กี่วัน แต่ทางการเกาหลีไม่ได้เผยแพร่ตารางระยะห้ามเข้าตามจำนวนวันที่อยู่เกิน ผลจึงขึ้นกับรายละเอียดของแต่ละกรณี ถ้าไม่แน่ใจ ให้ไปตรวจสอบที่สถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทยตามนัด และดูวันที่แน่นอนจากเอกสารรับรองการเข้าออกประเทศก่อนวางแผนเดินทางใหม่
Qถูกปฏิเสธ K-ETA แปลว่าโดนห้ามเข้าเกาหลีแล้วใช่ไหม
ไม่จำเป็น สาเหตุอาจเป็นข้อมูลที่กรอกไม่ตรงกับหน้าหนังสือเดินทาง รูปถ่ายไม่ผ่านเกณฑ์ หรือระบุที่พักในเกาหลีไม่ได้ แต่สถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทยแจ้งว่า K-ETA ที่ถูกปฏิเสธจะไม่ได้รับอนุมัติเมื่อยื่นใหม่หากสถานการณ์ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ และค่าธรรมเนียมไม่คืน ทางที่ชัดกว่าคือยื่นวีซ่าท่องเที่ยว C-3-9 ที่สถานทูตภายใน 6 เดือนหลังถูกปฏิเสธ
Qขอเอกสารรับรองการเข้าออกประเทศเกาหลีจากเมืองไทยได้ไหม
ขอออนไลน์ผ่าน HiKorea ได้เฉพาะผู้ที่เคยลงทะเบียนเป็นชาวต่างชาติในเกาหลีและมีเลขทะเบียนคนต่างด้าว ผู้ที่เคยเข้าเกาหลีด้วย K-ETA อย่างเดียวต้องขอผ่านสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในเกาหลี หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนพร้อมหนังสือมอบอำนาจ
Qครบกำหนดห้ามเข้าแล้ว ควรยื่น K-ETA หรือยื่นวีซ่า
สำหรับคนไทย สถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทยรับวีซ่าท่องเที่ยว C-3-9 เฉพาะผู้ที่ K-ETA ถูกปฏิเสธภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา จึงต้องยื่น K-ETA ก่อน ถ้าถูกปฏิเสธ จึงยื่นวีซ่าที่สถานทูต ซึ่งเปิดให้แนบหลักฐานการงาน บัญชีธนาคาร และเอกสารประกอบได้ ขณะที่ K-ETA เป็นระบบคัดกรองอัตโนมัติที่ไม่มีช่องให้อธิบายเหตุผลประกอบ
Qเปลี่ยนชื่อสกุลหรือทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ ช่วยให้เข้าเกาหลีได้ไหม
ไม่ได้ และเป็นความเสี่ยงสูง ระบบตรวจคนเข้าเมืองเกาหลีจัดเก็บลายนิ้วมือและภาพใบหน้าตั้งแต่ขั้นตอนตรวจขาเข้า ข้อมูลชุดนี้ไม่เปลี่ยนตามเอกสาร และพาสปอร์ตเล่มใหม่หรือการเปลี่ยนชื่อต้องยื่น K-ETA ใหม่อยู่แล้ว การพยายามหลบเลี่ยงอาจถูกมองเป็นความผิดเพิ่มเติม
출처 및 인용
- [1]
การอนุมัติ K-ETA ไม่รับประกันการได้รับอนุญาตเข้าประเทศ และค่าธรรมเนียมไม่คืนเงิน
출처: K-ETA Official Website, Ministry of Justice Republic of Korea
- [2]
บริการออกเอกสารรับรองข้อเท็จจริงการเข้าออกประเทศสำหรับชาวต่างชาติที่มีเลขทะเบียนคนต่างด้าว
- [3]
โทษอยู่เกินกำหนดสูงสุดจำคุก 3 ปีหรือปรับ 30 ล้านวอน ตารางค่าปรับตามกฎกระทรวง คำสั่งให้เดินทางออก และการห้ามเข้าผู้ถูกบังคับส่งกลับได้ถึง 5 ปี ตามพระราชบัญญัติตรวจคนเข้าเมือง
- [4]
สถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทยตรวจสอบประวัติห้ามเข้าประเทศให้ผู้มายื่นด้วยตัวเองตามนัดผ่าน g4k.go.kr ทุกวันพุธและพฤหัสบดี 14:30-15:30 น. แจ้งผลด้วยวาจา
- [5]
ประเภทวีซ่าและเอกสารประกอบการยื่นขอวีซ่าเกาหลี
출처: Korea Visa Portal, Ministry of Foreign Affairs Republic of Korea
- [6]
ข้อมูลการเดินทางและการเตรียมตัวสำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปเกาหลี
- [7]
บริการให้คำแนะนำแก่คนไทยที่มีปัญหาสถานะการพำนักในเกาหลี
- [8]
ประกาศเตือนและคำแนะนำการเดินทางสำหรับคนไทยในต่างประเทศ
- [9]
หน่วยงานรับผิดชอบนโยบายตรวจคนเข้าเมืองและชาวต่างชาติของเกาหลี