วีซ่านักเรียน D-4 เกาหลี เอกสารและเงินในบัญชีที่ต้องมี
คุณกดจองตั๋วไว้แล้ว เปิดหน้าเว็บสถาบันภาษาไว้อีกแท็บ แล้วก็ค้างอยู่ตรงคำถามเดียวกับคนไทยอีกหลายพันคนต่อปี ต้องใช้วีซ่าตัวไหนกันแน่
คำตอบสั้น ๆ คือ D-4 แต่รายละเอียดของมันคือจุดที่ใบสมัครส่วนใหญ่ตกรอบ ไม่ใช่เพราะคุณคุณสมบัติไม่ถึง แต่เพราะยื่นเอกสารผิดชุด
D-4 คือวีซ่าอะไร และทำไมหลายคนสมัครผิดประเภท
D-4 คือวีซ่าประเภทฝึกอบรมทั่วไป (General Training) ประเภทย่อยที่คนไทยใช้มากที่สุดคือ D-4-1 สำหรับผู้ที่ไปเรียนหลักสูตรภาษาเกาหลีในสถาบันภาษาที่สังกัดมหาวิทยาลัย หรือที่คนเกาหลีเรียกว่า eohakdang (어학당) วีซ่านี้เป็นวีซ่าเข้าครั้งเดียว ให้สิทธิ์พำนักได้ไม่เกิน 6 เดือน และต่ออายุได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในเกาหลี
ความสับสนอันดับหนึ่งคือการแยก D-4 ออกจาก D-2 วีซ่า D-2 ใช้กับผู้ที่เข้าเรียนหลักสูตรปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอกในมหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรอง ส่วน D-4 ใช้กับหลักสูตรภาษาและการฝึกอบรมที่ไม่ให้ปริญญา ข้อมูลหลักสูตรและรายชื่อสถาบันที่รับนักศึกษาต่างชาติอยู่ในพอร์ทัลของรัฐบาลเกาหลีที่ Study in Korea ซึ่งดูแลโดยสถาบัน NIIED ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการเกาหลี
ความเข้าใจผิดอันดับสองอันตรายกว่า หลายคนคิดว่าเข้าเกาหลีด้วย K-ETA แล้วค่อยไปสมัครเรียนทีหลังก็ได้ ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่เดินทางแบบไม่ต้องขอวีซ่ายังคงต้องลงทะเบียน K-ETA ก่อนขึ้นเครื่อง และสถานะนั้นอนุญาตให้อยู่เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น เรียนไม่ได้ ทำงานไม่ได้ และการเปลี่ยนสถานะเป็นนักเรียนภายในประเทศถูกจำกัดอย่างเข้มงวด
ข่าวดีคือเมื่อคุณได้ D-4 แล้ว คุณไม่ต้องลงทะเบียน K-ETA อีก เพราะ K-ETA มีไว้สำหรับผู้เดินทางที่ไม่มีวีซ่าเท่านั้น
แล้วชุดเอกสารล่ะ ตรงนี้เองที่ใบสมัครส่วนใหญ่สะดุด
วีซ่านักเรียน D-2 เกาหลี เงื่อนไขและเอกสาร
เอกสารที่ทำให้ใบสมัครตกรอบ ไม่ใช่เอกสารที่คุณคิด
D-4 visa document checklist ส่วนที่คุณต้องเตรียมเองมี 6 รายการหลัก และรายการที่ตกบ่อยที่สุดไม่ใช่พาสปอร์ต แต่เป็นหนังสือตอบรับจากสถาบัน
| เอกสาร | จุดที่มักผิดพลาด |
|---|---|
| ใบสมัครวีซ่า + รูปถ่ายพื้นหลังขาว | รูปเก่ากว่า 6 เดือน หรือขนาดไม่ตรงเกณฑ์ |
| หนังสือเดินทาง + Record of passport จากกระทรวงการต่างประเทศไทย | ลืมขอ Record of passport หรือหนังสือเดินทางเหลืออายุสั้นกว่าระยะเวลาหลักสูตร |
| Standard Admission Letter จากสถาบันภาษา | ใช้อีเมลตอบรับแทนหนังสือตัวจริง |
| วุฒิการศึกษาขั้นต่ำมัธยมปลาย พร้อมทรานสคริปต์ภาษาอังกฤษ | เอกสารภาษาไทยไม่ได้แปลเป็นอังกฤษและรับรองโดยกระทรวงการต่างประเทศไทย หรือออกเกิน 3 เดือน |
| หลักฐานทางการเงิน | statement ย้อนหลังไม่ถึง 6 เดือน หรือออกเกิน 2 สัปดาห์ก่อนยื่น |
| ใบรับรองผลตรวจวัณโรค | ไม่ได้ตรวจที่โรงพยาบาลที่สถานทูตกำหนด หรือใบรับรองออกเกิน 3 เดือน |
เรื่อง Korean language school enrollment มีลำดับที่ห้ามสลับ คุณต้องสมัครเข้าสถาบันภาษาให้ผ่านก่อน (บางสถาบันให้ชำระค่าเล่าเรียนก่อนออกหนังสือ) แล้วจึงได้หนังสือตอบรับมาใช้ยื่นวีซ่า ไม่มีทางลัดกลับด้าน สถาบันจะเตรียมสำเนาทะเบียนธุรกิจและแผนการฝึกอบรมให้ด้วย
ส่วน language institute eligibility เกณฑ์ขั้นต่ำของ D-4-1 คือจบการศึกษาระดับมัธยมปลายขึ้นไป และมีความสามารถทางการเงินรองรับ ส่วนเงื่อนไขอื่น เช่น อายุ ให้ดูประกาศของแต่ละสถาบัน รายการเอกสารวีซ่า D-4 ไม่มีผลสอบ TOPIK และสถาบันมักจัดสอบวัดระดับให้เองในวันปฐมนิเทศ ข้อมูลระบบสอบอยู่ที่ TOPIK ซึ่งดำเนินการโดยรัฐบาลเกาหลี
คนไทยยื่นด้วยตัวเองที่สถานทูตเกาหลีในกรุงเทพฯ ในวันทำการ 08:30 ถึง 11:00 น. หรือผ่านเอเจนซีที่ลงทะเบียนกับสถานทูต (ประเทศไทยไม่มีศูนย์รับยื่นวีซ่าเกาหลี) และใช้เวลาพิจารณาอย่างน้อย 10 ถึง 14 วันทำการ ควรตรวจรายการเอกสารฉบับล่าสุดจากประกาศของสถานทูตเกาหลีอีกครั้งก่อนเดินทางไปยื่น เพราะเกณฑ์ปรับได้ระหว่างปี และเรื่องกงสุลฝั่งไทยดูได้ที่ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล
เอกสารครบแล้วยังไม่จบ เพราะตัวเลขในบัญชีคือด่านที่เจ้าหน้าที่ดูนานที่สุด
ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไร และค่าใช้จ่ายจริงเป็นเงินบาท
สำหรับ study abroad Korea application ระดับหลักสูตรภาษา สถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทยไม่ได้ประกาศยอดเงินขั้นต่ำ แต่ขอ statement ธนาคารภาษาอังกฤษตัวจริง ย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน ในชื่อผู้สมัครหรือผู้ปกครอง ถ้าใช้บัญชีผู้ปกครอง ต้องแนบบัตรประชาชนผู้ปกครอง สูติบัตรภาษาอังกฤษ และหนังสือรับรองการทำงานของผู้ปกครอง (ระบุตำแหน่งและเงินเดือน) หรือทะเบียนธุรกิจ หลักการของเกาหลีคือเงินต้องพอสำหรับค่าเรียนและค่าครองชีพ โดยคอร์สภาษาคิดที่ 6 เดือน
ข้อที่คนไทยพลาดกันมากคืออายุของเอกสาร statement ต้องออกโดยธนาคารไม่เกิน 2 สัปดาห์ก่อนวันยื่น และบัญชีที่มีเงินก้อนโอนเข้ามาก่อนวันยื่นสองสามวันสร้างคำถามมากกว่าความมั่นใจ ควรให้ยอดคงอยู่ต่อเนื่องตลอดช่วงที่ statement แสดง
ทีนี้มาดูค่าใช้จ่ายโดยประมาณต่อหนึ่งเทอม 10 สัปดาห์ (ค่าเรียนและหอพักต่างกันตามสถาบัน) คำนวณที่อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ 100 วอน เท่ากับ 2.4 บาท
| รายการ | เกาหลี | เทียบเป็นบาท |
|---|---|---|
| ค่าเล่าเรียนต่อเทอม | 1,600,000 - 1,900,000 วอน | 38,000 - 46,000 บาท |
| ค่าสมัครเข้าสถาบัน | 50,000 - 100,000 วอน | 1,200 - 2,400 บาท |
| หอพักมหาวิทยาลัยต่อเทอม | 900,000 - 1,500,000 วอน | 22,000 - 36,000 บาท |
| ค่าลงทะเบียนคนต่างด้าว | 35,000 วอน | 840 บาท |
| ค่าครองชีพต่อเดือน | 600,000 - 900,000 วอน | 14,000 - 22,000 บาท |
ค่าธรรมเนียมวีซ่าดูตามตารางที่สถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทยแนบไว้ในประกาศ ตามตารางนั้นผู้ถือสัญชาติไทยได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียม ส่วนผู้ถือสัญชาติอื่นชำระเป็นเงินสดสกุลบาท ตรวจประกาศของสถานทูตอีกครั้งในวันยื่น
อีกก้อนที่คนลืมคือประกันสุขภาพ ผู้ถือ D-4 จะเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติหลังอยู่ในเกาหลีครบ 6 เดือน และได้ลดเบี้ยประกัน 50% ตามเงื่อนไขที่ National Health Insurance Service กำหนด นั่นคือค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ต้องบวกเข้าไปในงบด้วย
จ่ายครบแล้ว วีซ่าออกแล้ว ขึ้นเครื่องแล้ว นาฬิกาอีกเรือนเพิ่งเริ่มเดิน
ลงจากเครื่องแล้วนับถอยหลัง 90 วันทันที
คุณต้องไปทำ immigration office alien registration ภายใน 90 วัน นับจากวันที่เข้าประเทศ ผลลัพธ์คือบัตรประจำตัวคนต่างด้าว หรือ oegugin deungnokjeung (외국인등록증) ที่คนทั่วไปเรียกว่า ARC ค่าธรรมเนียม 35,000 วอน
บัตรใบนี้ไม่ใช่พิธีการ ไม่มีบัตรก็เปิดบัญชีธนาคารไม่ได้ ทำซิมรายเดือนไม่ได้ และสมัครประกันสุขภาพไม่ได้ พูดง่าย ๆ คือชีวิตในเกาหลีเริ่มต้นที่บัตรใบนี้
ขั้นตอนมีสี่ข้อ
- จองคิวล่วงหน้าผ่าน HiKorea ระบบนัดหมายออนไลน์ของรัฐ เรียกว่า bangmun yeyak (방문예약) เพราะสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในโซลไม่รับคิวหน้างานสำหรับงานประเภทนี้
- เตรียมหนังสือเดินทาง รูปถ่ายพื้นหลังขาว ใบรับรองสถานภาพนักเรียนจากสถาบันภาษา สัญญาเช่าหรือหนังสือรับรองหอพัก และค่าธรรมเนียม
- เข้าไปตามวันเวลาที่นัด ยื่นเอกสาร สแกนลายนิ้วมือ
- รอรับบัตรตามช่องทางที่สำนักงานแจ้ง ระยะเวลาออกบัตรโดยทั่วไปอยู่ที่ราว 2 ถึง 3 สัปดาห์
ผู้ถือวีซ่าที่ประสงค์จะพำนักในสาธารณรัฐเกาหลีเกิน 90 วัน ต้องยื่นคำขอลงทะเบียนคนต่างด้าวต่อหัวหน้าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบพื้นที่ที่ตนพำนักอยู่
จองคิวไว้แต่เนิ่น ๆ ช่วงต้นเทอมเดือนมีนาคมและกันยายนคือช่วงที่คิวเต็มเร็วที่สุด เพราะนักศึกษาต่างชาติเข้าประเทศพร้อมกันทีเดียว
พอมีบัตร ARC ในมือ คำถามถัดไปก็มาแทบทุกครั้ง แล้วทำงานพิเศษได้ไหม
อยากทำงานพาร์ทไทม์ระหว่างเรียน กฎข้อเดียวที่ห้ามพลาด
ได้ แต่ต้องขออนุญาตก่อนเสมอ และเงื่อนไขของผู้ถือ D-4 เข้มกว่านักศึกษาปริญญาที่ถือ D-2
ผู้ถือ D-4-1 ยื่นขออนุญาตทำงานนอกเวลาได้หลังจากพำนักในเกาหลีครบ 6 เดือน นับจากวันเข้าประเทศ ต้องมีหนังสือยืนยันจากเจ้าหน้าที่ดูแลนักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัย อัตราการเข้าเรียนเฉลี่ยต้องไม่ต่ำกว่า 90% และต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนเริ่มงานจริง ชั่วโมงทำงานขึ้นกับระดับภาษา ถ้ามี TOPIK ระดับ 2 (หรือเทียบเท่า) ทำได้ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรองได้ถึง 25 ชั่วโมง และถ้ายังไม่ถึงเกณฑ์ภาษาได้ 10 ชั่วโมง สำหรับผู้เรียนภาษา เพดานนี้ใช้ทั้งช่วงเปิดภาคและช่วงปิดภาค เกณฑ์ชั่วโมงและระดับ TOPIK ปรับปรุงเป็นระยะ ตรวจฉบับล่าสุดได้ที่ HiKorea
สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือบทลงโทษ การทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการทำกิจกรรมนอกเหนือสถานะที่ได้รับ มีโทษปรับ และในกรณีร้ายแรงนำไปสู่การสั่งออกนอกประเทศพร้อมห้ามเข้าเมืองตามระยะเวลาที่กำหนด งานพาร์ทไทม์รายวันที่จ่ายเป็นเงินสดไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงนี้หายไป
อีกข้อที่คนไทยถามบ่อยคือการต่ออายุ ยื่นได้ตั้งแต่ 4 เดือนก่อนวันหมดอายุ และต้องยื่นก่อนหมดอายุ ค่าธรรมเนียม 60,000 วอน (ยื่นออนไลน์ผ่าน HiKorea 50,000 วอน) ระยะเวลาที่ได้เจ้าหน้าที่จะกำหนดในแต่ละครั้ง เอกสารหลักคือใบรับรองการลงทะเบียนเรียน หลักฐานว่าเรียนตามปกติ เช่น ผลการเรียนและการเข้าเรียน และหลักฐานการเงินซึ่งรับเฉพาะเงินในบัญชีธนาคารเกาหลีชื่อตัวเอง การเข้าเรียนน้อยหรือผลการเรียนไม่ดีอาจทำให้คำขอต่ออายุถูกปฏิเสธ
ถ้าเป้าหมายปลายทางของคุณคือปริญญา เส้นทางมาตรฐานคือเรียนภาษาให้ถึงระดับที่มหาวิทยาลัยกำหนด สมัครเข้าหลักสูตรปริญญา แล้วเปลี่ยนสถานะจาก D-4 เป็น D-2 ภายในประเทศ ไม่ต้องบินกลับไทยเพื่อยื่นใหม่
เปลี่ยนวีซ่า D-4 เป็น D-2 ในเกาหลี
สรุป
วีซ่า D-4-1 ที่ออกจากสถานทูตให้คุณอยู่เกาหลีได้ไม่เกิน 6 เดือน แล้วต่ออายุในเกาหลีได้ตราบที่ยังเรียนตามปกติ คนไทยได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าตามตารางของสถานทูต หลักฐานการเงินที่ควรเตรียมคือ statement ธนาคารภาษาอังกฤษย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือนที่ออกไม่เกิน 2 สัปดาห์ก่อนยื่น
สามอย่างที่ควรทำตามลำดับนี้ สมัครเข้าสถาบันภาษาเพื่อรับหนังสือตอบรับตัวจริง ยื่นวีซ่าที่สถานทูตเกาหลีในกรุงเทพฯ ด้วยตัวเองหรือผ่านเอเจนซีที่ลงทะเบียน พร้อมชุดเอกสาร 6 รายการ และเมื่อลงเครื่องแล้วให้จองคิว HiKorea ทันทีเพื่อลงทะเบียนคนต่างด้าวภายใน 90 วัน ค่าธรรมเนียม 35,000 วอน
ข้อมูลหลักสูตรและมหาวิทยาลัยอัปเดตได้ที่ Study in Korea ส่วนข้อมูลการเดินทางและชีวิตในเกาหลีสำหรับผู้มาใหม่ดูได้ที่ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี
자주 묻는 질문
Qเข้าเกาหลีด้วย K-ETA แล้วเปลี่ยนเป็นวีซ่า D-4 ในประเทศได้ไหม?
โดยหลักการทำไม่ได้ ผู้ที่เข้าประเทศแบบไม่ต้องขอวีซ่าหรือด้วยวีซ่าท่องเที่ยวระยะสั้นต้องเดินทางกลับไปยื่นคำขอวีซ่า D-4 ที่สถานทูตเกาหลีในประเทศไทย การเปลี่ยนสถานะภายในประเทศจากสถานะท่องเที่ยวเป็นสถานะนักเรียนถูกจำกัดไว้เฉพาะกรณีพิเศษเท่านั้น ควรวางแผนยื่นวีซ่าให้เสร็จก่อนบินเสมอ
Qต้องมีผลสอบ TOPIK ก่อนสมัครวีซ่า D-4 หรือเปล่า?
ไม่ต้อง รายการเอกสารวีซ่า D-4 ไม่มีผลสอบภาษาเกาหลี และสถาบันภาษาส่วนใหญ่รับผู้เริ่มต้นจากศูนย์และจัดสอบวัดระดับให้ในวันปฐมนิเทศเพื่อจัดชั้นเรียน ผลสอบ TOPIK จะมีผลในสองจังหวะคือตอนขออนุญาตทำงานนอกเวลา (มี TOPIK ระดับ 2 ทำได้ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้ายังไม่ถึงได้ 10 ชั่วโมง) และตอนสมัครเข้าหลักสูตรปริญญาเพื่อเปลี่ยนเป็นวีซ่า D-2 ซึ่งเกณฑ์ขึ้นกับมหาวิทยาลัย
Qเรียนภาษาด้วยวีซ่า D-4 ได้นานที่สุดกี่ปี?
วีซ่า D-4-1 ที่ออกจากสถานทูตให้พำนักได้ไม่เกิน 6 เดือน ระยะเวลาที่ได้จากการต่ออายุแต่ละครั้งเจ้าหน้าที่จะกำหนดตอนอนุมัติ และคู่มือทางการที่เราตรวจสอบไม่ได้ระบุเพดานรวมของการเรียนภาษาไว้ การต่ออายุต้องแสดงใบรับรองการลงทะเบียนเรียนและหลักฐานว่าเรียนตามปกติ เช่น ผลการเรียนและการเข้าเรียน ถ้าลาพักการเรียนด้วยเหตุส่วนตัวหรือผลการเรียนไม่ดี การต่ออายุจะถูกจำกัด
Qถ้าลงทะเบียนคนต่างด้าวไม่ทันภายใน 90 วันจะเกิดอะไรขึ้น?
การลงทะเบียนล่าช้ามีโทษปรับตามกฎหมายควบคุมคนเข้าเมืองของเกาหลี และประวัตินี้ถูกบันทึกไว้ในระบบซึ่งส่งผลต่อการต่ออายุวีซ่าครั้งถัดไป หากคิวนัดหมายเต็มจนใกล้ครบกำหนด ให้จองคิวไว้ก่อนแล้วเก็บหลักฐานการจองไว้แสดงต่อเจ้าหน้าที่
Qครอบครัวจากไทยมาเยี่ยมระหว่างที่เรียนอยู่ได้ไหม?
ได้ ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวระยะสั้นต้องได้รับอนุมัติ K-ETA จากเว็บไซต์ทางการก่อนขึ้นเครื่อง ปกติพิจารณาภายใน 72 ชั่วโมงแต่อาจนานกว่านั้น จึงควรยื่นล่วงหน้า สถานะนี้ใช้เพื่อการท่องเที่ยวและเยี่ยมญาติเท่านั้น ทำงานหรือเรียนหลักสูตรระยะยาวไม่ได้
출처 및 인용
- [1]
ข้อมูลหลักสูตร สถาบัน และการสมัครเรียนต่อในเกาหลีสำหรับนักศึกษาต่างชาติ
- [2]
คนไทยยื่นวีซ่าด้วยตัวเองที่สถานทูตเกาหลีในกรุงเทพหรือผ่านเอเจนซีที่ลงทะเบียน พร้อม statement ธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน ใบรับรองผลตรวจวัณโรค และตารางค่าธรรมเนียมวีซ่า
- [3]
ผู้พำนักเกิน 90 วันต้องลงทะเบียนคนต่างด้าวต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ที่พำนัก
- [4]
การจองคิวออนไลน์เพื่อลงทะเบียนคนต่างด้าว และเกณฑ์การขออนุญาตทำงานนอกเวลาของผู้ถือวีซ่านักเรียน
- [5]
ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยที่เดินทางแบบไม่ต้องขอวีซ่าต้องลงทะเบียน K-ETA ก่อนขึ้นเครื่อง และผู้ถือวีซ่าไม่ต้องลงทะเบียน
- [6]
ข้อมูลการเดินทางและการใช้ชีวิตในเกาหลีสำหรับผู้มาใหม่
출처: องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (Korea Tourism Organization)
- [7]
ระบบการสอบวัดระดับภาษาเกาหลี TOPIK และเกณฑ์ระดับที่ใช้อ้างอิง
- [8]
ผู้ถือวีซ่าระยะยาวที่ลงทะเบียนคนต่างด้าวแล้วเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติตามเงื่อนไขที่กำหนด
- [9]
ข้อมูลบริการกงสุลและการติดต่อสำหรับคนไทยในเกาหลี