The Koreafy

วีซ่า D-4 เรียนภาษาเกาหลีสำหรับคนไทย ต้องเตรียมอะไร

(수정: )3분 읽기

คุณจองตั๋วไปโซลไว้แล้ว ในหัวคิดว่าจะไปลงคอร์สเรียนภาษาเกาหลีสัก 6 เดือนไปด้วยเลย

แต่พอเช็ก K-ETA ที่เพิ่งได้มา กลับไม่มีคำว่าเรียนอยู่ในนั้นสักคำ ปัญหาอยู่ตรงนี้เอง วีซ่าคนละแบบกันคนละเรื่อง และการเลือกผิดตั้งแต่ต้นทำให้เสียทั้งเงินและเวลาบินกลับมาเริ่มใหม่

ทำไมวีซ่าท่องเที่ยวถึงพาคุณเข้าห้องเรียนภาษาไม่ได้

เพราะ K-ETA และวีซ่าท่องเที่ยวระยะสั้นอนุญาตให้อยู่ได้ไม่เกิน 90 วัน และห้ามลงทะเบียนเรียนเต็มหลักสูตร ถ้าจะเรียนภาษาแบบเอาจริง คุณต้องมีวีซ่า D-4 โดยเฉพาะ

คนไทยเข้าเกาหลีใต้แบบท่องเที่ยวได้โดยใช้ K-ETA ผ่านระบบ k-eta.go.kr ซึ่งดีมากสำหรับเที่ยว ชิม ช้อป ตามรอยซีรีส์ แต่สถานะที่ได้คือผู้มาเยือนระยะสั้น ไม่ใช่นักเรียน

วีซ่าที่ตรงกับการเรียนภาษาคือ D-4-1 หรือที่เรียกกันว่า วีซ่าฝึกอบรมทั่วไป สำหรับคนที่ไปเรียนคอร์สภาษาเกาหลีในสถาบันภาษาที่สังกัดมหาวิทยาลัย ส่วน D-2 นั้นเป็นของนักศึกษาปริญญาที่ลงเรียนในคณะจริงจัง คนละตัวกัน

จุดที่หลายคนสับสนคือคำว่า hakwon (ฮักวอน) หรือโรงเรียนกวดวิชาเอกชนทั่วไป ส่วนใหญ่ออกเอกสารรองรับ D-4 ไม่ได้ สิ่งที่รองรับได้คือสถาบันภาษาที่สังกัดมหาวิทยาลัย (ระดับวิทยาลัยขึ้นไป) และตั้งอยู่ในวิทยาเขต เช่น สถาบันภาษาเกาหลีที่มหาวิทยาลัยยอนเซ (Yonsei Korean Language Institute) ทั้งนี้มหาวิทยาลัยที่อยู่ในกลุ่มตรวจวีซ่าเข้มงวดที่สุด (비자정밀심사대학) ออกวีซ่า D-4-1 ให้ไม่ได้

แล้วเอกสารที่โรงเรียนออกให้ต้องหน้าตาแบบไหนถึงจะผ่านสถานทูต? อ่านต่อหัวข้อถัดไป

เอกสารรับเข้าเรียนคือหัวใจ ไม่มีตัวนี้ยื่นวีซ่าไม่ได้

หัวใจของ D-4 visa requirements คือหนังสือรับรองการเข้าเรียน หรือ language school enrollment certificate จากสถาบันภาษาที่รับรอง ถ้าไม่มีเอกสารนี้ ทุกอย่างที่เหลือไม่มีความหมาย

ขั้นตอนจริงเริ่มจากการสมัครเข้าคอร์สก่อน ไม่ใช่เริ่มจากวีซ่า คุณต้องทำ Korean language institute registration กับสถาบันภาษาที่เลือก (บางสถาบันให้ชำระค่าเรียนก่อน) แล้วมหาวิทยาลัยจะออกหนังสือรับเข้าเรียนแบบมาตรฐาน (Standard Admission Letter) ที่ออกในนามอธิการบดีให้ ตัวนี้แหละที่คุณเอาไปยื่นสถานทูต

เอกสารหลักที่ต้องเตรียมสำหรับยื่นขอ D-4-1 โดยทั่วไปมีดังนี้

เอกสารรายละเอียด
แบบฟอร์มขอวีซ่ากรอกให้ครบ พร้อมรูปถ่าย 1 ใบ
พาสปอร์ตตัวจริงพร้อมสำเนา และ Record of passport จากกระทรวงการต่างประเทศไทย
หนังสือรับเข้าเรียนStandard Admission Letter จากมหาวิทยาลัย (ตัวจริง)
เอกสารของสถาบันสำเนาทะเบียนธุรกิจของสถาบันและแผนการฝึกอบรม สถาบันเป็นผู้จัดเตรียม
หลักฐานการเงินstatement ธนาคารภาษาอังกฤษตัวจริง ย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน ออกไม่เกิน 2 สัปดาห์ ถ้าใช้เงินผู้ปกครองต้องมีบัตรประชาชนผู้ปกครอง สูติบัตรภาษาอังกฤษ และหนังสือรับรองการทำงานหรือทะเบียนธุรกิจของผู้ปกครอง
วุฒิการศึกษาใบจบหรือใบรับรองสถานภาพนักเรียน และทรานสคริปต์ภาษาอังกฤษตัวจริง เอกสารภาษาไทยต้องแปลเป็นอังกฤษและรับรองโดยกระทรวงการต่างประเทศไทย ออกไม่เกิน 3 เดือน
ใบรับรองผลตรวจวัณโรคจากโรงพยาบาลในไทยที่สถานทูตกำหนด ออกไม่เกิน 3 เดือน

เรื่องเงินคือด่านที่คนไทยพลาดบ่อยที่สุด สถานทูตต้องการเห็นว่าคุณมีเงินพอเลี้ยงตัวเองระหว่างเรียน สถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทยไม่ได้ประกาศยอดขั้นต่ำ แต่ขอ statement ย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน ที่ธนาคารออกให้ไม่เกิน 2 สัปดาห์ก่อนยื่น หลักการของเกาหลีคือเงินต้องพอสำหรับค่าเรียนและค่าครองชีพ โดยคอร์สภาษาคิดที่ 6 เดือน ดังนั้นเงินก้อนนี้ควรอยู่ในบัญชีมาแล้วระยะหนึ่ง ไม่ใช่เพิ่งโอนเข้าเมื่อวาน

ข้อมูลหลักสูตรและรายชื่อสถาบันที่รับรอง ตรวจสอบได้จากพอร์ทัลราชการอย่าง studyinkorea.go.kr ซึ่งดูแลโดยหน่วยงานด้านการศึกษาต่อของเกาหลี

ผู้สมัครวีซ่าประเภทฝึกอบรมทั่วไป (D-4) ต้องยื่นหลักฐานการเงินที่แสดงว่ามีความสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาที่พำนักและศึกษาในสาธารณรัฐเกาหลี

แล้วถ้าตอนนี้อยู่เกาหลีด้วยวีซ่าท่องเที่ยวอยู่แล้ว จะเปลี่ยนเป็นวีซ่าเรียนเลยได้ไหม? นี่คือคำถามที่แพงที่สุดถ้าตอบผิด

เปลี่ยนจากวีซ่าท่องเที่ยวเป็นวีซ่าเรียนในเกาหลี ได้จริงหรือ

คำตอบตรง ๆ คือ study visa from tourist visa แบบเปลี่ยนสถานะในประเทศนั้นทำได้ยากและไม่ใช่ทางหลัก คนไทยส่วนใหญ่ต้องยื่นขอ D-4 จากไทยก่อนบิน ไม่ใช่บินไปด้วย K-ETA แล้วค่อยเปลี่ยนที่โซล

ระบบของเกาหลีมองการเข้าเมืองด้วยวัตถุประสงค์ ถ้าคุณเข้ามาด้วยสถานะท่องเที่ยว C-3 หรือ K-ETA การขอเปลี่ยนสถานะการพำนัก (change of status) เป็น D-4 ภายในประเทศมักถูกจำกัด และหลายกรณีเจ้าหน้าที่จะให้กลับไปยื่นที่สถานทูตในไทยแทน

ทางที่ปลอดภัยและช้าน้อยที่สุดคือ

  1. เลือกสถาบันภาษาและลงทะเบียนจากไทย จ่ายค่าเทอม รับหนังสือรับเข้าเรียน
  2. ยื่นขอวีซ่า D-4-1 ด้วยตัวเองที่สถานทูตเกาหลีในกรุงเทพ (วันทำการ 08:30 ถึง 11:00 น.) หรือผ่านเอเจนซีที่ลงทะเบียนกับสถานทูต พร้อมหลักฐานการเงิน ประเทศไทยไม่มีศูนย์รับยื่นวีซ่าเกาหลี
  3. รอผลอนุมัติ อย่างน้อย 10 ถึง 14 วันทำการ นับจากวันที่รับเอกสาร และอาจนานกว่านั้นถ้าต้องสัมภาษณ์หรือขอเอกสารเพิ่ม ตรวจผลและพิมพ์ใบยืนยันการออกวีซ่าได้ที่ visa.go.kr
  4. บินเข้าเกาหลีด้วยวีซ่า D-4 ที่ได้มาแล้ว (วีซ่าเข้าได้ครั้งเดียว และมีอายุ 3 เดือนสำหรับใช้เดินทางเข้า)

ข้อมูลเงื่อนไขและประเภทวีซ่าที่เป็นทางการ ดูได้จากระบบตรวจคนเข้าเมือง hikorea.go.kr ที่ดูแลโดย Korea Immigration Service ภายใต้กระทรวงยุติธรรม (Ministry of Justice)

ถ้าไม่แน่ใจเรื่องเอกสารฝั่งไทย เช่น การรับรองเอกสารหรือข้อมูลกงสุล ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ได้ที่ seoul.thaiembassy.org ซึ่งช่วยเรื่องเอกสารของคนไทยในเกาหลีโดยตรง

สมมติว่าคุณได้วีซ่ามาแล้ว อยู่ไป 6 เดือน แล้วอยากเรียนต่อล่ะ ต้องบินกลับไทยใหม่ไหม? มีทางที่ง่ายกว่านั้น

อยู่ต่อเพื่อเรียนให้จบ วิธีต่ออายุที่ไม่ต้องบินกลับ

การ extend stay for study ทำได้ในเกาหลีโดยตรงผ่านระบบ HiKorea ไม่ต้องบินกลับไทย ยื่นได้ตั้งแต่ 4 เดือนก่อนวันหมดอายุและต้องยื่นก่อนหมดอายุ แล้วโชว์ว่ายังเรียนอยู่จริง

วีซ่า D-4-1 ที่ออกจากสถานทูตให้สิทธิพำนักได้ไม่เกิน 6 เดือน ส่วนระยะเวลาที่ได้เมื่อต่ออายุ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะกำหนดในแต่ละครั้ง พอใกล้หมด คุณยื่นขอต่ออายุ (extension of stay) ค่าธรรมเนียม 60,000 วอน (ยื่นออนไลน์ผ่าน HiKorea 50,000 วอน) โดยสิ่งที่ต้องแสดงหลัก ๆ คือ

ภายใน 90 วันนับจากวันเข้าเกาหลี คุณต้องไปทำบัตรประจำตัวคนต่างชาติ หรือ oegugin deungnok jeung (외국인등록증) ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในเขตที่พัก โดยจองคิวผ่าน HiKorea ค่าธรรมเนียม 35,000 วอน บัตรนี้คือตัวตนของคุณในเกาหลี ใช้เปิดบัญชีธนาคาร ทำซิม และยื่นต่อวีซ่า

อัตราการเข้าเรียนคือจุดที่คนพลาดเงียบ ๆ ถ้าโดดเรียนบ่อยจนผลการเข้าเรียนไม่ดี การต่ออายุอาจถูกปฏิเสธ แม้จ่ายค่าเทอมครบ เพราะระบบมองว่าคุณไม่ได้มาเรียนจริง และถ้าอัตราการเข้าเรียนเฉลี่ยต่ำกว่า 90% คุณจะขออนุญาตทำงานพาร์ทไทม์ไม่ได้ ขั้นตอนและการนัดหมายทั้งหมดจัดการผ่าน hikorea.go.kr ได้

ถ้าอยากรู้ระดับภาษาของตัวเองระหว่างเรียน สามารถวัดผลด้วยการสอบ TOPIK ซึ่งเป็นข้อสอบมาตรฐานที่ใช้ต่อยอดไปเรียนปริญญาด้วยวีซ่า D-2 ในอนาคตได้

แล้วทั้งหมดนี้ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่กันแน่ มาดูตัวเลขจริงกัน

ค่าใช้จ่ายจริงเป็นเงินบาท 3 ก้อนที่คนไทยมักลืมนับ

งบเรียนภาษาเกาหลี 1 ปีด้วยวีซ่า D-4 จริง ๆ มักตกราว 300,000 ถึง 500,000 บาท เมื่อรวมค่าเรียน ที่พัก และค่ากิน ไม่ใช่แค่ค่าเทอมอย่างเดียวอย่างที่หลายคนคำนวณตอนแรก

แยกเป็นก้อนให้เห็นภาพ

รายการประมาณการต่อปีหมายเหตุ
ค่าเรียน 4 เทอม5.6 ถึง 7.2 ล้านวอนราว 150,000 ถึง 190,000 บาท
ที่พักหอหรือโกซิวอน400,000 ถึง 600,000 วอนต่อเดือนราว 10,500 ถึง 16,000 บาทต่อเดือน
ค่ากินและเดินทาง500,000 วอนต่อเดือนขึ้นไปตลาดและร้านของโซลถูกกว่าโซนนักท่องเที่ยว

สามก้อนที่คนลืมนับคือ หนึ่ง ค่าประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งผู้ถือ D-4 ต้องเข้าระบบหลังอยู่ในเกาหลีครบ 6 เดือน (ได้ลดเบี้ย 50%) สอง ค่ามัดจำที่พักที่เกาหลีเรียกก้อนใหญ่ และสาม ค่าเงินสำรองในบัญชีธนาคารเกาหลีชื่อตัวเองที่ต้องแช่ไว้เพื่อโชว์ตอนต่อวีซ่า เงินก้อนนี้ใช้ไม่ได้เพราะต้องคาไว้ในบัญชี

ข้อมูลค่าครองชีพและการเดินทางในเกาหลีสำหรับนักท่องเที่ยวไทย อ่านเพิ่มได้จากการท่องเที่ยวเกาหลี visitkorea.or.kr ซึ่งมีข้อมูลราคาขนส่งและย่านที่พักให้เทียบก่อนตัดสินใจ

สรุป ตัวเลขที่ต้องจำก่อนตัดสินใจ

ถ้าจะเรียนภาษาเกาหลีเกิน 90 วัน วีซ่าท่องเที่ยวและ K-ETA ใช้ไม่ได้ ต้องขอวีซ่า D-4-1 จากไทยก่อนบิน

จำสามตัวเลขนี้ไว้ statement ธนาคารย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน ที่ออกไม่เกิน 2 สัปดาห์ก่อนยื่น วีซ่าให้พำนักได้ไม่เกิน 6 เดือนแล้วต่ออายุในเกาหลีได้ตั้งแต่ 4 เดือนก่อนหมดอายุ และงบรวมทั้งปีโดยประมาณราว 300,000 ถึง 500,000 บาท

ลำดับที่ถูกคือ ลงทะเบียนเรียนและรับหนังสือรับเข้าเรียนก่อน ยื่นวีซ่าที่สถานทูตในไทย แล้วเมื่ออยู่เกาหลีค่อยทำบัตรคนต่างชาติและต่ออายุผ่าน HiKorea เริ่มจากขั้นแรกวันนี้ แล้วห้องเรียนที่โซลจะไม่ใช่แค่ความฝันในหัวอีกต่อไป

자주 묻는 질문

Q

คนไทยใช้ K-ETA เข้าไปเรียนภาษาเกาหลีสั้น ๆ ได้ไหม

ตามคู่มือวีซ่าของเกาหลี คอร์สที่ยาวไม่เกิน 90 วันใช้วีซ่าระยะสั้นประเภท C-3-1 ส่วนการเรียนเต็มคอร์สหลายเดือนต้องใช้วีซ่า D-4 เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยควรสอบถามสถาบันและสถานทูตก่อนว่าคอร์สของคุณต้องใช้วีซ่าแบบไหน

Q

ต้องมี TOPIK ก่อนถึงจะขอวีซ่า D-4 ได้หรือเปล่า

สำหรับวีซ่าเรียนภาษา D-4-1 โดยทั่วไปไม่ต้องมีคะแนน TOPIK ล่วงหน้า เพราะคุณกำลังจะไปเรียนภาษาตั้งแต่พื้นฐาน ส่วนระดับ TOPIK ที่ต้องใช้เมื่อจะต่อยอดไปเรียนปริญญาด้วยวีซ่า D-2 ในภายหลัง ขึ้นกับเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยและประเภทของมหาวิทยาลัยนั้น

Q

เงินฝากที่ต้องโชว์ต้องอยู่ในบัญชีนานแค่ไหน

สถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทยขอ statement ธนาคารภาษาอังกฤษตัวจริงของผู้สมัครหรือผู้ปกครองที่ย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน และออกโดยธนาคารไม่เกิน 2 สัปดาห์ก่อนวันยื่น สถานทูตไม่ได้ประกาศยอดเงินขั้นต่ำ แต่เงินควรพอสำหรับค่าเรียนและค่าครองชีพ ตรวจเงื่อนไขล่าสุดกับสถานทูตทุกครั้ง

Q

เรียนไปด้วยทำงานพาร์ทไทม์ไปด้วยได้ไหมด้วยวีซ่า D-4

ผู้ถือวีซ่า D-4-1 ขออนุญาตทำงานพาร์ทไทม์ได้หลังเข้าเกาหลีครบ 6 เดือน โดยต้องมีหนังสือยืนยันจากเจ้าหน้าที่ดูแลนักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัย และยื่นขออนุญาตกับตรวจคนเข้าเมืองผ่าน HiKorea ก่อนเริ่มงาน ถ้าอัตราการเข้าเรียนเฉลี่ยต่ำกว่า 90% จะไม่ได้รับอนุญาต ชั่วโมงทำงานคือ 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ถ้ามี TOPIK ระดับ 2 (25 ชั่วโมงสำหรับมหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรอง) และ 10 ชั่วโมงถ้ายังไม่ถึงเกณฑ์ภาษา

Q

ถ้าต่ออายุวีซ่าไม่ทันก่อนหมดอายุจะเป็นอย่างไร

การอยู่เกินวันหมดอายุถือเป็นการพำนักเกินกำหนดและมีค่าปรับ อาจกระทบการขอวีซ่าในอนาคต จึงควรยื่นต่ออายุผ่าน HiKorea ล่วงหน้า ซึ่งยื่นได้ตั้งแต่ 4 เดือนก่อนวันหมดอายุ พร้อมหลักฐานการลงทะเบียนเรียนต่อ ผลการเรียน และการเข้าเรียน

출처 및 인용

  1. [1]

    คนไทยเข้าเกาหลีแบบท่องเที่ยวใช้ระบบ K-ETA และสถานะระยะสั้นไม่รองรับการเรียนเต็มหลักสูตร

    출처: K-ETA Official (Korea Immigration Service)

  2. [2]

    ข้อมูลหลักสูตรภาษาและรายชื่อสถาบันที่รับรองสำหรับผู้เรียนต่างชาติ

    출처: Study in Korea (NIIED)

  3. [3]

    ประเภทวีซ่า เงื่อนไขการพำนัก และการต่ออายุ/เปลี่ยนสถานะดำเนินการผ่านระบบตรวจคนเข้าเมือง

    출처: HiKorea (Korea Immigration Service)

  4. [4]

    คนไทยยื่นวีซ่าด้วยตัวเองที่สถานทูตเกาหลีในกรุงเทพหรือผ่านเอเจนซีที่ลงทะเบียน พร้อม statement ธนาคารย้อนหลัง 6 เดือนและใบรับรองผลตรวจวัณโรค

    출처: สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย

  5. [5]

    บริการด้านเอกสารและกงสุลสำหรับคนไทยในเกาหลีใต้

    출처: Royal Thai Embassy, Seoul

  6. [6]

    ข้อมูลค่าครองชีพ การเดินทาง และย่านที่พักในเกาหลีสำหรับนักท่องเที่ยว

    출처: Korea Tourism Organization

← Visa & Stay 목록으로홈으로