The Koreafy

คลินิกชะลอวัยในเกาหลี เช็ก 5 เรื่องก่อนบินไปทำที่โซล

3분 읽기

ตั๋วเครื่องบินจองแล้ว รีวิวคลินิกในกังนัมก็เปิดค้างไว้เต็มแท็บ แต่ยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าที่ไหนปลอดภัยจริง

ถ้าตอนนี้คุณอยู่ตรงจุดนี้ ไม่ได้มีคุณคนเดียว เกาหลีใต้ผลักดันการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (uiryo gwangwang) มาหลายปี มีทั้งกฎหมายเฉพาะและหน่วยงานรัฐคอยดูแล แต่ระบบนี้จะช่วยคุณได้ก็ต่อเมื่อคุณรู้ว่าต้องเช็กอะไร และต้องเช็กตอนไหน

เนื้อหาด้านล่างเรียงตามลำดับการเดินทางจริง ตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่อง ไปจนถึงวันที่คุณอาจต้องขอความช่วยเหลือ

ก่อนจองคิวคลินิก คุณเข้าเกาหลีได้แล้วหรือยัง

คนไทยอยู่ในเกาหลีได้สูงสุด 90 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่า แต่ต้องได้รับอนุมัติ K-ETA (Korea Electronic Travel Authorization) ก่อนขึ้นเครื่อง ถ้าไม่มี K-ETA ที่ยังไม่หมดอายุ สายการบินจะปฏิเสธไม่ให้คุณขึ้นเครื่อง

ค่าธรรมเนียม K-ETA คือ 10,000 วอน หรือประมาณ 230-260 บาท แล้วแต่อัตราแลกเปลี่ยน ยื่นได้ที่ เว็บไซต์ K-ETA ทางการ หรือแอปพลิเคชันทางการเท่านั้น เว็บไซต์ตัวแทนที่หน้าตาคล้ายกันมักเก็บค่าบริการแพงกว่าหลายเท่า

ตามคำแนะนำของเว็บไซต์ K-ETA ทางการ ผู้เดินทางควรยื่นคำขอ K-ETA อย่างน้อย 72 ชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่อง และผู้ที่ได้รับอนุมัติ K-ETA ไม่ต้องกรอกบัตรขาเข้า (Arrival Card)

ทริปที่มีนัดคลินิกมีเรื่องต้องระวังเพิ่มอีกนิด กรอกข้อมูลใน K-ETA ให้ตรงความจริงทุกช่อง รวมถึงที่พักและวัตถุประสงค์การเดินทาง แล้วเก็บหลักฐานการนัดคลินิกกับการจองที่พักไว้ในโทรศัพท์ เผื่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองถาม

วีซ่าท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ C-3-3 ออกแบบมาสำหรับสัญชาติที่ต้องขอวีซ่าเป็นหลัก ถ้าทริปของคุณไม่เกิน 90 วัน สิทธิ์ยกเว้นวีซ่าก็เพียงพอแล้ว แต่ถ้าแพทย์แจ้งว่าการรักษาอาจยืดเกินนั้น ให้ติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี (Korea Immigration Service) ผ่าน HiKorea ก่อนครบกำหนด ถ้ามีข้อสงสัยด้านกงสุล ติดต่อ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ได้

เอกสารเข้าประเทศพร้อมแล้ว แต่คำถามที่สำคัญกว่ายังรออยู่ คลินิกที่คุณเล็งไว้อยู่ในระบบที่รัฐตรวจสอบจริงหรือเปล่า

ป้ายหน้าคลินิกในกังนัมบอกอะไรคุณได้มากกว่ารีวิว

ให้เช็ก 3 เรื่อง คลินิกลงทะเบียนรับผู้ป่วยต่างชาติหรือไม่ แพทย์ที่ทำหัตถการเป็นแพทย์เฉพาะทางหรือไม่ และยาหรือเครื่องมือที่ใช้ผ่านการอนุมัติของหน่วยงานรัฐหรือไม่

1. การลงทะเบียนรับผู้ป่วยต่างชาติ

ตามกฎหมายสนับสนุนการขยายระบบการแพทย์สู่ต่างประเทศและการดึงดูดผู้ป่วยต่างชาติของเกาหลี สถานพยาบาลที่ต้องการดึงดูดผู้ป่วยต่างชาติต้องลงทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการ (Ministry of Health and Welfare) และหนึ่งในเงื่อนไขการลงทะเบียนคือต้องมีประกันความรับผิดทางการแพทย์

ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ดูได้ที่ Medical Korea ซึ่งดูแลโดยสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสุขภาพเกาหลี (KHIDI) ส่วนเอเจนซีที่พาผู้ป่วยต่างชาติไปคลินิกก็ต้องลงทะเบียนเช่นกัน นายหน้าที่ไม่ได้ลงทะเบียนจึงไม่ควรไว้ใจ

2. ดูชื่อคลินิกให้เป็น

นี่คือเคล็ดลับที่ช่วยได้มากสำหรับคนที่หา cosmetic dermatology Gangnam foreigner ภาษาเกาหลีเรียกคลินิกผิวหนังว่า pibugwa (피부과) และกฎการตั้งชื่อสถานพยาบาลของเกาหลีทำให้ป้ายบอกข้อมูลได้มาก

แบบหลังไม่ได้แปลว่าไม่ดี แต่ถ้าคุณอยากได้แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง ป้ายแบบแรกจะชัดเจนกว่า

3. ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุมัติ

โบทูลินัมท็อกซินและฟิลเลอร์ในเกาหลีอยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงความปลอดภัยอาหารและยา (MFDS) ขอชื่อยี่ห้อผลิตภัณฑ์ก่อนทำ และขอให้เปิดบรรจุภัณฑ์ต่อหน้าคุณ ถ้าคลินิกไม่ยอมตอบคำถามพื้นฐานแบบนี้ ก็ถือเป็นสัญญาณให้คิดใหม่แล้ว

คัดคลินิกได้แล้ว คุณจะเจอเมนูหัตถการยาวเหยียด แต่แต่ละอย่างใช้เวลาพักฟื้นไม่เท่ากัน และนั่นกระทบตารางเที่ยวของคุณโดยตรง

โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ เลเซอร์ และดริปวิตามิน อะไรเข้ากับทริปสั้นของคุณ

ทั้ง 4 อย่างเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่แพทย์ต้องเป็นผู้ตัดสินใจ ระยะพักฟื้นต่างกัน จึงควรนัดช่วง ต้นทริป และถามแพทย์ตรงๆ ว่าบินกลับได้เมื่อไร

โบท็อกซ์และฟิลเลอร์

ถ้าคุณค้นหา Botox filler treatment Seoul clinic จะเจอราคาหลากหลายมาก สิ่งที่ควรเทียบไม่ใช่แค่ราคา แต่เป็นยี่ห้อผลิตภัณฑ์ ปริมาณที่ใช้ และใครเป็นคนฉีด หลังฉีดอาจมีรอยช้ำหรืออาการบวม ถามแพทย์ว่าควรงดอะไรบ้าง เช่น แอลกอฮอล์หรือซาวน่าในจิมจิลบัง

เลเซอร์ฟื้นฟูผิว

skin rejuvenation laser Korea มีหลายระดับ บางชนิดทำให้ผิวแดงหรือลอกหลายวัน คุณจะเดินเที่ยวกลางแดดทั้งวันใช่ไหม? ถ้าใช่ ต้องบอกแพทย์ตั้งแต่แรก เพราะแพทย์อาจเลือกความแรงหรือชนิดเลเซอร์ต่างไปจากเดิม

ดริปวิตามินทางหลอดเลือด

IV drip therapy clinic Korea เป็นการให้สารทางหลอดเลือดดำ ต้องทำในสถานพยาบาลโดยบุคลากรทางการแพทย์ แจ้งยาที่คุณกินประจำ โรคประจำตัว และประวัติแพ้ยาทุกครั้ง หลักฐานทางการแพทย์ว่าดริปช่วยชะลอวัยได้ยังมีจำกัด จึงควรปรึกษาแพทย์ว่าเหมาะกับคุณจริงไหม

คำถามที่ควรถามแพทย์ก่อนเซ็นใบยินยอม

เลือกหัตถการได้แล้ว ถึงคราวเรื่องเงิน และตัวเลขในโบรชัวร์ยังไม่ใช่ทั้งหมดที่คุณต้องจ่าย

ราคาในโบรชัวร์ยังไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของคุณ

นอกจากค่าหัตถการแล้ว คุณยังต้องนับ ภาษีมูลค่าเพิ่ม 10% ค่า K-ETA ค่าล่ามหรือเอเจนซี และค่าที่พักช่วงพักฟื้น ขอใบเสนอราคาแยกรายการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนตกลงทุกครั้ง

รายการสิ่งที่ต้องเช็ก
K-ETA10,000 วอน (ประมาณ 230-260 บาท) จ่ายครั้งเดียวต่อการอนุมัติ
ค่าหัตถการรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 10% แล้วหรือยัง
ค่าปรึกษาแพทย์คิดแยกหรือรวมในแพ็กเกจ
ล่ามหรือเอเจนซีฟรีหรือคิดค่าบริการ เอเจนซีลงทะเบียนหรือไม่
ที่พักเพิ่มถ้าแพทย์แนะนำให้พักก่อนบินกลับ
ประกันเดินทางคุ้มครองหัตถการเสริมความงามที่เลือกทำเองหรือไม่

anti-aging package medical tourism Korea มักรวมหลายหัตถการไว้ในราคาเดียว ดูน่าคุ้ม แต่ให้ถามว่าทุกรายการในแพ็กเกจจำเป็นกับผิวคุณจริงหรือเปล่า แพ็กเกจที่ดีต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ก่อน ไม่ใช่ขายตามเมนู

อีกเรื่องที่มักพลาดคือประกันเดินทาง กรมธรรม์จำนวนมากไม่คุ้มครองหัตถการเสริมความงามที่เลือกทำเอง อ่านเงื่อนไขก่อนบิน และจ่ายด้วยบัตรเครดิตเพื่อให้มีหลักฐานการชำระเงินชัดเจน

มาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มค่าหัตถการความงามสำหรับชาวต่างชาติเคยเป็นมาตรการชั่วคราว อย่าเพิ่งนับเป็นส่วนลดในงบประมาณ ให้ถามคลินิกว่า ณ วันที่คุณไปทำ ยังมีสิทธิ์นี้หรือไม่

จ่ายเงินแล้วแต่ผลไม่เป็นอย่างที่หวัง จะเกิดอะไรต่อ? ส่วนนี้คือเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้เตรียมไว้เลย

ถ้าผลลัพธ์ไม่เป็นอย่างที่หวัง ใครจะช่วยคุณได้

เริ่มจากคลินิกก่อน พร้อมเอกสารครบ ถ้าตกลงกันไม่ได้ เกาหลีมีหน่วยงานไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางการแพทย์ที่ชาวต่างชาติยื่นเรื่องได้ ส่วนกรณีฉุกเฉินให้โทร 119 ทันที

เอกสารที่ต้องเก็บตั้งแต่วันแรก

ช่องทางที่ใช้ได้จริง

เตรียมช่องทางเหล่านี้ไว้ก่อน ไม่ได้แปลว่าคุณมองโลกในแง่ร้าย แค่ถ้าต้องใช้ขึ้นมาจริงๆ คุณจะไม่ต้องมาหาข้อมูลตอนที่กำลังเครียด

สรุป

ทริปคลินิกชะลอวัยในเกาหลีเริ่มจากเอกสาร ยื่น K-ETA ค่าธรรมเนียม 10,000 วอน อย่างน้อย 72 ชั่วโมงก่อนบิน และวางแผนทริปให้อยู่ในกรอบ 90 วัน

จากนั้นเช็กคลินิก 3 ชั้น คือการลงทะเบียนรับผู้ป่วยต่างชาติ ป้ายชื่อที่บอกว่าเป็นแพทย์เฉพาะทางหรือไม่ และผลิตภัณฑ์ที่ผ่าน MFDS

นัดหัตถการช่วงต้นทริป ขอใบเสนอราคาที่รวม VAT 10% และจดเบอร์ 1330 กับ 119 ไว้ในโทรศัพท์ก่อนออกจากโรงแรม

자주 묻는 질문

Q

คนไทยต้องขอวีซ่าเพื่อไปทำโบท็อกซ์หรือเลเซอร์ที่เกาหลีไหม?

ถ้าอยู่ไม่เกิน 90 วัน คนไทยไม่ต้องขอวีซ่า แต่ต้องได้รับอนุมัติ K-ETA ก่อนขึ้นเครื่อง ค่าธรรมเนียม 10,000 วอน ถ้าการรักษาอาจยาวเกิน 90 วัน ให้ติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองผ่าน HiKorea ล่วงหน้า

Q

จะรู้ได้อย่างไรว่าคลินิกผิวหนังในกังนัมมีแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง?

ดูชื่อบนป้าย ถ้าเขียนว่า 피부과의원 จะเป็นคลินิกที่ดำเนินการโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง ถ้าเป็น 의원 แล้วมีคำว่า 진료과목 피부과 ต่อท้าย จะเป็นคลินิกทั่วไปที่ให้บริการด้านผิวหนัง คุณถามชื่อและคุณวุฒิของแพทย์ผู้ทำหัตถการได้โดยตรงเช่นกัน

Q

ทำเลเซอร์แล้วบินกลับไทยวันรุ่งขึ้นได้ไหม?

ขึ้นอยู่กับชนิดและความแรงของเลเซอร์ บางชนิดทำให้ผิวแดงหรือลอกหลายวัน ควรถามแพทย์ก่อนทำว่าต้องพักฟื้นกี่วันและขึ้นเครื่องได้เมื่อไร แล้วนัดหัตถการไว้ช่วงต้นทริป

Q

ถ้ามีปัญหาหลังทำหัตถการที่เกาหลี ร้องเรียนได้ที่ไหน?

เริ่มจากติดต่อคลินิกพร้อมใบเสร็จ ใบยินยอม และรูปถ่าย ถ้าตกลงกันไม่ได้ ยื่นเรื่องกับสถาบันไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางการแพทย์เกาหลี (K-medi) ได้ หรือโทรสายด่วน 1330 ซึ่งมีบริการภาษาไทย กรณีฉุกเฉินโทร 119

Q

แพ็กเกจชะลอวัยที่เอเจนซีเสนอมาเชื่อถือได้ไหม?

เช็กก่อนว่าเอเจนซีและคลินิกลงทะเบียนรับผู้ป่วยต่างชาติกับกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการเกาหลีหรือไม่ แล้วขอรายการในแพ็กเกจเป็นลายลักษณ์อักษร แพ็กเกจที่เหมาะสมควรผ่านการประเมินจากแพทย์ก่อน ไม่ใช่ขายตามเมนูสำเร็จรูป

출처 및 인용

  1. [1]

    ผู้เดินทางไทยต้องได้รับอนุมัติ K-ETA ก่อนขึ้นเครื่อง ค่าธรรมเนียม 10,000 วอน และควรยื่นอย่างน้อย 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง

    출처: K-ETA (Korea Electronic Travel Authorization) Official Website

  2. [2]

    การขอขยายระยะพำนักและเรื่องสถานะการพำนักอยู่ในความดูแลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี

    출처: HiKorea, Korea Immigration Service

  3. [3]

    สถานทูตไทยให้ความช่วยเหลือด้านกงสุลแก่คนไทยในเกาหลี

    출처: Royal Thai Embassy Seoul

  4. [4]

    ข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสถานพยาบาลที่ลงทะเบียนรับผู้ป่วยต่างชาติ

    출처: Medical Korea (KHIDI)

  5. [5]

    KHIDI ดูแลงานสนับสนุนการดึงดูดผู้ป่วยต่างชาติของเกาหลี

    출처: Korea Health Industry Development Institute

  6. [6]

    โบทูลินัมท็อกซินและฟิลเลอร์อยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงความปลอดภัยอาหารและยา

    출처: Ministry of Food and Drug Safety

  7. [7]

    ข้อพิพาททางการแพทย์ยื่นไกล่เกลี่ยได้ที่สถาบันไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางการแพทย์เกาหลี

    출처: Korea Medical Dispute Mediation and Arbitration Agency

  8. [8]

    สายด่วนท่องเที่ยว 1330 มีบริการภาษาไทยสำหรับนักท่องเที่ยว

    출처: Korea Tourism Organization (Thai)

← Healthcare 목록으로홈으로